• White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon

© 2018 by MAZIRU  記事画像の無断転載禁止  ห้ามทำซ้ำภาพบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต

Maft Sai & Pump from “Paradise Bangkok Molam International Band” talk about 21st Century Molam

August 27, 2018

Molam into the world

MOLAM1

 

Paradise Bangkok Molam International Band 

Maft Sai & Pump - Interview

 

Maft Sai ดีเจผู้มีเซ้นส์ทางดนตรีแบบเฉพาะตัว ผู้ค้นพบความแปลกใหม่ของดนตรีหมอลำ แล้วนำมาปัดฝุ่นพร้อมเผยแพร่ให้โลกได้ประจักษ์ เขามีบทบาทสำคัญในการสร้างวง “Paradise Bangkok Molam International Band” วงดนตรีพื้นบ้านของอีสานที่มุ่งหมายจะเป็นหมอลำยุคใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 เราจะพาไปพูดคุยกับเขาและปั๊ม ปิย์นาท โชติกเสถียร ที่เพิ่งกลับมาจากทัวร์ยุโรปกัน

 

 

───คุณเริ่มฟังเพลงหมอลำตั้งแต่เมื่อไหร่?


Maft Sai: ตอนเด็กๆ ผมไม่ได้อยู่เมืองไทยซักเท่าไหร่ กลับมาแต่ละครั้งก็จะอาศัยฟังเพลงตามวิทยุหรือโทรทัศน์ ซึ่งตอนนั้นจะเป็นเพลงหมอลำยุค 80-90 ที่เสียงส่วนใหญ่มาจาก Drum Machine พอมาเป็นดีเจก็ได้ค้นพบแผ่นเสียงหมอลำแท้ๆ ที่ถูกบันทึกเสียงช่วงต้นยุค 60-70 ค่อนข้างตกใจกับการทดลองและลักษณะเฉพาะตัวของมัน ซึ่งองค์ประกอบต่างๆ ใกล้เคียงกับเพลงของจาไมก้ากับเอธิโอเปียที่ผมเคยเปิดที่อังกฤษเลย เมื่อเอาเพลงเหล่านี้มาลองเรียบเรียงดู ก็รู้สึกว่าไม่ได้มีแบบไหนที่ดีหรือด้อยไปกว่ากันเลย ปั๊ม: ผมโตในเมืองไทยครับ ก็ได้ฟังจากหลายทิศทาง ทั้งจากรถแท็กซี่ หรือจากที่พวกคนงานเขาฟังกัน เพลงหมอลำถือเป็นเพลงที่คุ้นเคยสำหรับคนไทย ที่ไหนๆ ก็มีคนอีสานอยู่ทั้งนั้น เหมือนพวกเรากำลังพยายามท้าทายและลองพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้วตั้งแต่ยุค 70 ให้พัฒนายิ่งขึ้นไปอีก ช่วงสงครามเวียดนาม มีทหารอเมริกันเข้ามาตั้งฐานทัพที่อุดรธานี ทำให้เครื่องดนตรีตะวันตกเข้ามามีบทบาทในวงการดนตรีพื้นบ้าน พวกนักดนตรีหมอลำก็เริ่มเล่นเครื่องดนตรีเหล่านั้นดู เหมือนวงดนตรีอินดี้เลย จะตีกลองยังไง จะเล่นเบสยังไง มันไม่ได้มีกฎเกณฑ์มากำหนด พวกเขาใช้เมโลดี้ไลน์และจังหวะตามขนบเดิมมาผสมผสานและมาตีความใหม่ แล้วสร้างสรรค์พัฒนาเป็นดนตรีตามแบบฉบับของตนเอง เป็นสิ่งที่เรียกว่า "จิตวิญญาณแห่งการทดลอง" นี่ว่าถือเป็นจุดเริ่มต้นของพวกเรา คือจิตวิญญาณของการนำเอาดนตรีต่างๆ จากบรรพบุรุษมาพัฒนา ซึ่งถือเป็นรากฐานให้กับพวกเรา


───วัยรุ่นไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ นั้น ส่วนใหญ่มักคิดว่าดนตรีหมอลำมันไม่เท่เอาซะเลย สิ่งที่พวกคุณทำถือว่าเปลี่ยนแปลงมันได้มากน้อยขนาดไหน


Maft Sai: เปลี่ยนได้มากทีเดียวเลยนะ ช่วงแรกๆ ที่เปิดแผ่นหมอลำก็มักจะมีคนมาพูดใส่หลายอย่าง เช่น ทำไมเปิดเพลงของคนขับแท็กซี่ล่ะ เล่นเพลงบ้านนอกทำไม ไปอยู่ตั้งลอนดอนเปิดเพลงที่มันล้ำกว่านี้หน่อยมั้ย แต่สาเหตุที่ "Paradise Bangkok" เปิดเพลงหลากหลาย ทั้งหมอลำ แอฟริกัน แจ๊ส โซล ฟังก์ ก็เพราะว่าอยากทำให้คนที่มาปาร์ตี้ของเรา "เลิกคิดถึงแหล่งที่มาของดนตรี" การจะเปลี่ยนแปลงความคิดใครนั้น แน่นอนมันต้องใช้เวลา แต่เพียงแค่ 2-3 ปี คนที่มาปาร์ตี้ของเราก็เริ่มเปิดใจ โดยเฉพาะพวกวัยรุ่นในกรุงเทพฯ ค่อนข้างเปิดรับหมอลำมากขึ้นทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทั้งพวกนักเรียนนักศึกษาสาขาวิชาดนตรี คนในวงการศิลปะและดนตรีก็มองเพลงหมอลำดีขึ้นเยอะ คนที่มาปาร์ตี้ของ Paradise Bangkok ในช่วงแรกๆ 80% เป็นคนต่างชาติ อีก 20% เป็นคนไทย แต่พอเริ่มทำวง คนไทยก็เริ่มหันมาสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนปลายปี 2557 ที่มีปาร์ตี้เปิดตัวอัลบั้ม คนที่มางานเป็นคนไทยถึง 60% ส่วนอีก 40% เป็นคนต่างชาติ เห็นได้ชัดเลยว่าคนไทยเปิดใจยอมรับเพลงหมอลำมากขึ้น

 

 
───แล้วปฏิกิริยาจากวัยรุ่นแถบอีสานล่ะ?


ปั๊ม: เด็กอีสานก็ดีใจกันมากครับ อวดกันสนุกใหญ่ว่าเพลงที่มาจากรากเหง้าวัฒนธรรมของพวกเขาสามารถไปไกลได้ถึงระดับโลกผ่านวงของพวกเรา ลองไปดูคอมเม้นท์ตามวีดีโอแสดงสดที่อัพโหลดไว้สิครับ


───การที่คุณเคลื่อนไหวอยู่หลายปี จนพวกดีเจหรือนักดนตรีทางฝั่งยุโรปเริ่มให้ความสนใจดนตรีไทย แล้วกลุ่มผู้ฟังล่ะ มีการตอบรับอย่างไรบ้าง?


ปั๊ม: ค่อนข้างดีนะ ดูจากยูทูปได้เลยว่าเป็นยังไง

 

Maft Sai: ขึ้นอยู่กับว่าจะเล่นเพลงเซ็ทไหน แต่ส่วนใหญ่จะได้รับการตอบรับดี จบโชว์แล้วทุกคนก็ยังเต้นกันอย่าง สนุกสนาน อย่างเช่นงาน "Off Festival" ที่ Portland เมื่อปี 2556 ที่พวกเราเลยได้ไปเล่นแทน Solange Knowles (นักร้อง/น้องสาวของ Beyonce) ที่แคนเซิลโชว์ ผู้ชมประมาณ 100,000 คน ก็ให้การตอบรับดีมาก เต้นกันมันมาก มีคนออกมา Stage Dive ด้วย โชว์ครั้งนั้นสุดยอดมาก ซึ่งการทำวงเป็นประสบการณ์ดีที่ให้พลังงานต่างจากตอนเป็นดีเจเลย

 

 THE PARADISE BANGKOK MOLAM INTERNATIONAL BAND LIVE AT OFF FESTIVAL

 

───สนใจอยากทำงานร่วมกับศิลปินต่างประเทศบ้างไหม

 

Maft Sai: แน่นอน แผ่นเสียงของเพลงเอธิโอเปียตอนใต้กับเพลงของโอกินาว่าที่ผมมีนั้นมีดนตรีที่คล้ายกันมาก เพลงไทยส่วนหนึ่งก็เหมือนกัน ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างคล้ายกันอยู่ แต่พวกผมไม่ใช่ประเภทที่จะตัดสินใจทำเพลง "แบบนี้" ร่วมกับ "แบบนี้" คือถ้าวางแผนมากเกินไปมันจะปิดกั้นจินตนาการที่มี สิ่งสำคัญสำหรับพวกเราคือการที่นักดนตรีสามารถแชร์จิตวิญญาณและวิสัยทัศน์ร่วมกันได้ ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้ไปแล้วการทำเพลงร่วมกันก็คงไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร


ปั๊ม: ผมจะขออธิบายนิดหนึ่งว่าวง Paradise Bangkok Molam International Band ของเราทำงานกันยังไงนะครับ คือแคนกับพิณน่ะมีเมโลดี้ไลน์ดั้งเดิมอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการไลน์ที่บ่งบอกถึง "น้ำตก" ก็จะมีทั้งชื่อและเรื่องราวของมันเอง เวลาเราทำเพลงเราก็จะจินตนาการถึง "น้ำตก" ไปด้วย แล้วสมาชิกของวงก็จะเล่นดนตรีเพื่อหาเมโลดี้ไลน์ นึกเอาว่าน้ำตกมันน่าจะเป็นยังไง คือค้นหาฟีลลิ่งไปพร้อมๆ กับทำดนตรี เวลาพวกผมทำเพลงก็มักจะจินตนาการถึงเรื่องราวเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้แค่จับเอานู่นมาผสมนี่ เพราะพลังแห่งการจินตนาการสำคัญและลึกซึ้งกว่ากันเยอะครับ


Maft Sai: ตอนนี้พวกเรากำลังทำอัลบั้มที่ 2 เป็นการทดลองเอาดนตรีหมอลำ Electronic Noise และ Ambient มามิกซ์เข้าด้วยกัน ปั๊ม: พอทดลองแบบนั้น ทำให้ตอนนี้สมาชิกของเราสามารถใส่จินตนาการใหม่ๆ เข้าไปได้ไม่จำกัดเลยครับ


Maft Sai: ณ ตอนนี้มันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชาติพันธุ์ หรือประเภทของดนตรีแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนและทำงานร่วมกันระหว่างศิลปินที่หลากหลาย อย่างปัจจุบันมีศิลปินที่ร่วมกันทำเพลงอยู่หลายคน Floating Points กับ Four Tet ก็กำลังทำเพลงร่วมกัน แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะปล่อยออกมาเมื่อไร คือถ้าทั้งสองฝ่ายคิดว่าคุณภาพหรือการเรียบเรียงดนตรีมันออกมาเป็นที่น่าพอใจแล้ว ก็คงจะถึงเวลาปล่อยน่ะครับ


───พอจะมีเพลงแนะนำให้ผู้อ่านของเราที่มีความสนใจในดนตรีแนวนี้ลองไปหาฟังไหม


Maft Sai: แน่นอนครับ อยากแนะนำให้ฟังอัลบั้มที่ 2 ของพวกเรา "21st Century Molam" เป็นหมอลำแนวใหม่ นอกเหนือจากนี้ยังอยากแนะนำให้ฟัง Compilation ของวงบิ๊กแบนด์หมอลำยุคแรกๆ อย่าง "เทพบุตร โปรดักชั่น" ซึ่งเป็นเพลงที่ถูกบันทึกเสียงในช่วงปลายยุค 60 ถึงต้นยุค 70 ดังนั้นคุณจะได้ฟังเพลงหมอลำหลายๆ แบบจากอัลบั้มนี้ รวมทั้ง "Sound of Siam vol.1-vol.2" เพลงไทยที่มีความแตกต่าง ซึ่งถือเป็นรากฐานของดนตรีแบบใหม่

 

Disc1

21st century molam Paradise Bangkok Molam International Band


Disc 2

The Sound of Siam Vol.1, Vol.2   www.zudrangmarecords.com

 

 

 

Maft Sai (ด้านขวา)  
ดีเจชาวไทยที่เติบโตในประเทศออสเตรเลีย ก่อนที่จะย้ายไปเรียนรู้ชีวิตที่ลอนดอน ช่วงปี 2550 Maft Sai ย้ายถิ่นฐานกลับมาประเทศไทย เป็น Resident DJ เปิดแผ่นกับร่วมกับ Chris Menist ผู้ริเริ่มงานปาร์ตี้ "Paradise Bangkok" และทำการปฏิรูปเพลงหมอลำ เพื่อให้ทั่วโลกได้เข้าถึงมากขึ้น นอกจากนี้เขายังมีร้านขายแผ่นเสียงสุดแรงม้า เรคคอร์ดส์ และ Studio Lam (Bar และ Music Label) ในซอยสุขุมวิท 51  


ปั๊ม ปิย์นาท โชติกเสถียร (ด้านซ้าย)
มือกีต้าร์วงอพาร์ตเม้นต์คุณป้า และมือเบสแห่งวง Paradise Bangkok Molam International Band

 

Photo: Yoko Sakamoto
 

Please reload

Related Articles
Please reload