• White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon

© 2018 by MAZIRU  記事画像の無断転載禁止  ห้ามทำซ้ำภาพบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต

Experimental Dance Performance "LIVE BONE" by Moriyama Kaiji in BKK

August 8, 2018

 

LIVE BONE “กำเนิดชีวิตและความตาย” การแสดงที่ร่วมกันสร้างสรรค์ไปกับผู้ชม

 

ความรู้สึกน่ากลัวอยู่เล็กน้อย เมื่อจู่ ๆ เสียงอันโดดเด่นที่ก้องต่ำอยู่ในหู กลับดังก้องกังวาลไปทั่วฮอลล์ ผู้ชมที่นั่งล้อมเวทีมส่งเสียงกันอย่างจอแจ และกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างพร้อมเพรียงกัน จากนั้นบริเวณประตูทางเข้าฮอลล์ คุณโมริยามะสวมสิ่งที่ละม้ายคล้ายกับกระดูกหัวไดโนเสาร์ครอบศีรษะ และโครงกระดูกส่วนหางของสัตว์เลื้อยคลานไว้ที่ตัว ก็ค่อยๆ เดินเข้าจังหวะไปกับเสียงทำนอง และมุ่งหน้าเข้ามาทางเวที

 

 
โคะสึ โคะสึ บอง บอง โคะสึ โคะสึ บอง บอง โคะสึ โคะสึ บอง บอง....

 

  
เสียงสื่อความหมายถึง “กระดูก” ที่น่ากลัว รวมถึงท่าทางดูน่าขบขันของคุณโมริยามะที่แสดงให้เห็นนั้น ก็เดินทางมาบรรจบ ณ บริเวณเวทีในช่วงที่ท่วงท่าดูอ่อนหวาน แล้ววิ่งพรวดขึ้นไปบนเวทีอย่างฉับพลัน โดยท่าทางเฉพาะตัวที่ดูอ่อนช้อยแต่เปี่ยมไปด้วยพลังนั้น ได้สะกดความสนใจของผู้ชมเอาไว้ในทันที เด็กบางคนเริ่มร้องไห้เนื่องจากความรุนแรงเร่าร้อนของการแสดง และเมื่อสังเกตเห็นเด็กที่ร้องไห้  คุณโมริยามะ


ก็ขยิบตาจากด้านในผ่านเครื่องประดับศีรษะ หรือทำท่าเย้าแหย่เด็กๆ ให้เห็นบ้าง เผยให้เห็นถึงความห่วงใยที่คุณโมริยามะมีให้กับเด็กๆ เหล่านั้น และพอสวมใส่พร๊อพที่สื่อถึงอวัยวะภายในที่ถูกจัดเตรียมไว้กลางเวทีแล้ว คุณโมริยามะก็เริ่มมีการใช้ร่างกายแสดงให้เห็นถึงการขยับเคลื่อนไหวของอวัยวะภายในแตกต่าง ตามชนิดของอวัยวะนั้นๆ มีการนำเอาพร๊อพเหล่านั้นไปสวมให้เด็กๆ บ้าง หรือพาเด็กๆ ขึ้นมาบนเวทีบ้าง นับเป็นการแสดงที่ไม่อาจคาดเดาได้เลย ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป จะขยับเคลื่อนไหวด้วยท่าทางที่ขึงขัง หรือจะขยับเคลื่อนไหวด้วยท่าทางแบบง่ายๆ จนทำให้อยากขยับตามหรือไม่ก็ไม่อาจรู้ได้ ทำให้พวกเด็กๆ รู้สึกตื่นเต้นกันอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าสำหรับพวกผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างพวกเด็กๆ ที่รู้สึกกลัวหรือหัวเราะกันอยู่แล้ว กลับมีสีหน้าที่ดูซีเรียสเพราะรู้สึกได้ว่าการแสดงที่ใช้กระดูกและอวัยวะภายใน กำลังต้องการสื่อถึง “การกำเนิดชีวิตและความตาย” ทั้งๆ ที่คิดว่านี่เป็นการแสดงสำหรับเด็ก แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้นเลยแม้แต่น้อย กลับกลายเป็นว่าพวกผู้ใหญ่เองต่างหาก ที่คอยจับจ้องดูการแสดงไปจนถึงวินาทีสุดท้ายเสียมากกว่า


คุณฮิบิโนะได้บอกเล่าถึงแนวคิดของผลงานที่แสดงต่อผู้ชมนี้ไว้ว่า “พวกเราทำการแสดงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ หรือการยอมรับในเรื่องของความตาย โดยสามารถเข้าใจได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ครับ” ส่วนคุณคาวาเสะเองก็พูดเสริมว่า “เราคิดไว้ว่า หากทำการแสดงที่เด็กๆ มาดูสามารถสนุกไปกับการแสดง และพวกผู้ใหญ่ที่พาเด็กๆ มาสนุก เมื่อเข้าใจในเรื่องราวกลับนั่งซีเรียสหรือร้องไห้ ถ้าสามารถทำการแสดงที่มีสถานการณ์แบบนั้นได้คงจะดีนะครับ” หลังจากการแสดงจบแล้วลองมานั่งนึกดู ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพร๊อพตกแต่งฉากที่ดูตลกขบขัน หรือชุดที่ใส่แสดง หรือเสียงที่มีเอกลักษณ์กันแน่ ที่ทำให้เรารู้สึกราวกับว่ายังอยู่ในโลกแห่งความฝัน โดยที่ตัวเราเองนั้น ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงนี้ด้วยอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

 

 
คุณโมริยามะให้สัมภาษณ์ว่า “ท่าทางที่ขยับเคลื่อนไหวในการแสดงนั้น โดยมากแล้วจะเป็นไปตามความลื่นไหลของการแสดง ไม่ได้มีการกำหนดไว้ตายตัวครับ ส่วนท่าทางที่มีรายละเอียด ก็จะด้นสดเอาโดยอาศัยความรู้สึกที่มีอยู่ ณ​ ขณะนั้น สำหรับส่วนที่ต้องสื่อสารกับเด็กๆ ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่มีการแสดง เพราะขึ้นอยู่กับการตอบสนองของเด็กๆ  มีทั้งเด็กที่เล่นด้วยและไม่เล่นด้วย ซึ่งเมื่อได้เผชิญหน้ากันแล้วจะต้องสื่อสารให้ถึงกัน พร้อมกับทำการแสดงไปด้วยจนจบ ซึ่งความแตกต่างกันในแต่ละครั้งนี่เอง ที่ทำให้ผมแสดงได้อย่างสนุกครับ”


เราเองก็เลยอยากตามไปดูความแตกต่างที่ว่านั้น และรู้สึกอยากเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีความพิเศษเฉพาะตัวดูอีกสักครั้งเช่นกัน

 

 
ภาพโดย เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ

 

 

Please reload

Related Articles
Please reload